รีวิวหนัง The Hundred-Foot Journey – ปรุงชีวิต ลิขิตฝัน

เรื่องย่อหนัง

The Kadam family clashes with Madame Mallory, proprietress of a celebrated French restaurant, after they open their own nearby eatery, until undeniable chemistry causes the Madame to take gifted young chef Hassan under her wing.

เปิดฉายรอบพิเศษ Sneak Preview 6 – 12 เดือนพฤศจิกายน นี้ รอบเวลา 20:00 น. เป็นต้นไป

วิภาควิจารณ์ หนัง

hundred

The Hundred-Foot Journey ประสานสองวัฒนะธรรมของกินได้อย่างพอดี
 
หลายท่านบางครั้งก็อาจจะสงสัยว่าหนังประเด็นนี้เกี่ยวกับอะไร ผมจะขอเล่าย่ออย่างคร่าวๆครับว่าเป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับการประกอบอาหาร โดยที่มีตัวละครหลักเป็นครอบครัวคนอินเดียที่ย้ายมาเปิดร้านของกินประเทศอินเดียที่ประเทศฝรั่งเศส แต่ว่าก็ไม่วายดันไปเปิดร้านอยู่ฝั่งตรงข้ามของถนนหนทางที่มีห้องอาหารของกินประเทศฝรั่งเศสมีชื่อเสียงยืนยันด้วยดาวจากไม่ชาลิน ซึ่งมีเจ้าของที่บดลากดินมากมาย(เล่นบทโดย Helen Mirren ผู้ครอบครองรางวัลออสการ์ในสาขาผู้แสดงนำฝ่ายหญิงจากภาพยนตร์เรื่อง The Queen)  แรกๆก็อย่างกับว่าทั้งคู่ร้านค้าจะทำศึกใส่กัน ข้างหลังๆพอเข้าใจซึ่งกันและกัน เปรียมเสมอเหมือนกับการที่พวกเราได้แปลงศัตรูให้เป็นเพื่อน จะเป็นเพื่อนที่ดีและก็อยู่กันยืดอะไรราวนั้นอย่างยิ่งจริงๆ
 
จะถามคำถามว่าเสน่ห์ของหัวข้อนี้ที่กำลังจะได้รับมีอะไรบ้าง สิ่งแรกเลยเป็น ภาพที่งดงาม ของกินที่ซึ่งพูดได้ว่า น่ารับประทานตลอดทั้งเรื่อง(ผู้ใดที่ท้องว่างก่อนไปดูจัดว่าพลาดเป็นอย่างมาก) ไม่ว่าจะเป็นของกินสไตล์ประเทศอินเดีย หรือประเทศฝรั่งเศส น่ากันไปซะหมด อีกอย่างที่ยั่วยวนใจให้ผู้ชมไม่เบื่อแม้ว่าเป็นหนังความยาวสองชั่วโมงมันก็คือ มุขจิกกีดกั้นไปๆมาๆระหว่างสองนักแสดง ที่สามารถพูดได้ว่า แสบๆคันๆสวยๆกระทั่งไปถึงบทโรแมนติกของพระนางซึ่งจะมิได้โรแมนติกมากมายแม้กระนั้นเนื่องจากสายตาหวานเยิ้มของผู้แสดงนำชายที่ส่งออกมานั้นสามารถทำให้ผู้หญิงหัวใจละลายได้อย่างยิ่งจริงๆ
 
ทั้งยังประเด็นนี้ยังได้ สตีเว่น สปีลเบิร์ก กับ โอปราห์ วินฟรีย์ มาเป็นโปรดิสเซอร์ให้ด้วย ซึ่งผลที่เกิด มันเป็นอะไรที่แบบว่า เด็กมองได้ ผุ้ใหญ่ดูดี หนังฟิลกู๊ดดด มองไปยิ้มไป หัวเราะห่างๆอย่างสนุกไปตลอดทั้งเรื่อง รวมทั้งนับว่าเป็นอีกประเด็นนึงที่สามารถเรียกได้เลยว่าม้ามึดของหนังโรงแมนว่ากล่าวกตอนนี้ สมแล้วกับคำโปรของทางค่ายภาพยนตร์ที่ว่า "เป็นภาพยนตร์ที่อร่อยที่สุดที่ปี" เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นเมนูอาหารในเรื่อง บทภาพยนตร์ การเข้าถึงบทของแสดง มันเป็นอะไรที่เกินคาดแล้วก็พอดีมากมาย ผมให้ 8.5/10 ไปเลยสำหรับประเด็นนี้